เนื้อหมูแต่ละส่วน

Pork Meat ดาวเด่นของเนื้อหมูส่วนต่างๆ

เนื้อหมู (Pork Meat )

เนื้อสุกร เนื้อสัตว์หรือ เนื้อหมูนั้น เป็นเนื้อที่มีการบริโภคสูงสุดในโลกเลยก็ว่าได้โดยเฉพาะเมนูยอดฮิตของคนไทยอย่าง หมูปิ้งนมสด โดยเฉพาะเอเชีย กล่าวได้ว่าเนื้อหมูคือประเภทของเนื้อสัตว์ที่มนุษยชาติบริโภคมากที่สุด

ทั่วไปแล้วหากไม่พูดลงลึกมาในเชิงการปศุสัตว์ พันธุ์ของหมูแบ่งออกเป็นสามชนิด คือ หมูพันธุ์เนื้อ  (meat type) พันธุ์นี้ถูกปรับปรุงสายพันธุ์จากพันธุ์ดั้งเดิมให้มีเนื้อแดงมาก ตัวหนา ลำตัวสั้น สะโพกใหญ่ ชนิดที่สองคือ หมูพันธุ์เบคอน” (bacon type) พันธุ์นี้จุดเด่นก็เป็นดังชื่อ เนื่องจากถูกพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นในทวีปยุโรปโดยจะทำให้เป็นหมูส่วนสามชั้นมากเพื่อการผลิตเบคอน ลักษณะจะลำตัวยาว เนื้อมาก ไขมันน้อย และมีเนื้อสามชั้นหนา จำนวนชั้นมาก  และสุดท้ายก็คือ หมูพันธุ์พื้นเมือง” (lard type) พันธุ์นี้ถือเป็นพันธุ์ดั้งเดิมตั้งแต่โบราณ ลักษณะตัวใหญ่อ้วน เติบโตช้า คางย้อย มีไขมันมาก

 

เนื้อหมูแต่ละส่วน

 

การจะแบ่งส่วนต่างๆ หรือการชำแหละชิ้นส่วนนั้น ในโลกของอาหารแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ คือ แบ่งแบบอังกฤษ (British Cuts of Pork)  และ แบ่งแบบอเมริกัน (American Cuts of Pork) ซึ่งความแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยในการเรียกขานชื่อ

 

เนื้อหมูส่วนต่างๆ

  • หัว (head): ส่วนแรกที่เด่นเป็นสง่านี้ผูกพันกับตำรับและวัฒนธรรมอาหารของชาวเอเชียมากกว่าที่ใดๆ แต่กระนั้นครัวฝรั่งครัวยุโรปก็ยังนำหัวมาต้มเป็นน้ำซุปน้ำสต็อก หรือนำส่วนใบหูไปทอด แต่หากตัดสลับมาที่ครัวเอเชียก็จะพบว่าทุกๆ ส่วนในหัว ทั้งผิวหนัง เนื้อ ลิ้น หู คนเอเชียสามารถนำไปทำอาหารได้แทบทั้งสิ้นแต่ทำ หมูปิ้งนมสด ไม่ได้เหนียวไป
  • เนื้อสัน หรือเนื้อบริเวณซี่โครง (loin): จุดนี้เป็นแหล่งรวมส่วนของความอร่อยไว้หลายส่วนมาก บริเวณระหว่างหลังไหล่ไปจนถึงบริเวณขาหลัง โดยแต่ละส่วนก็จะมีลักษณะของเนื้อและไขมันต่างกัน จึงเหมาะกับการนำไปปรุงอาหารแตกต่างกันไป และที่สำคัญความอร่อยก็โดดเด่นแตกต่างกันด้วย เช่น สันในไม่ติดมัน เนื้อนุ่ม อบได้เนียนลิ้น สันนอกมันมาก ปิ้งย่างได้เร้าใจ ส่วนติดซี่โครงหรือ rib เหมาะทั้งย่าง อบ และทำน้ำซุปแสนหวานกลมกล่อม
  • ไหล่ (shoulder): ส่วนนี้ถือเป็นส่วนที่มีลายหินอ่อนมาก มีไขมันและเนื้อแทรกปะปนกัน เหมาะสำหรับการปรุงแบบสโลว์คุก นำไปเคี่ยวให้นุ่ม และที่เด็ดสุดก็คือการนำไปทำสารพัดเมนูย่าง ไม่ว่าจะเป็นบาร์บีคิว และเมนูเด็ดระดับโลกอย่างคอหมูย่าง
  • สะโพกและขา (leg and hams): สะโพกและขาคืออีกหนึ่งส่วนไฮไลต์สำคัญของเนื้อสัตว์ ซึ่งหากเป็นส่วนสะโพกในวัฒนธรรมอาหารยุโรปนั้น การนำสะโพกไปแปรรูปเป็นแฮมมีสูตรเด็ดเคล็ดลับที่ให้รสชาติและเสน่ห์แตกต่างกันไป ซึ่งขั้นตอนการทำคือการนำหมูส่วนสะโพกไปหมักกับเครื่องเทศทำเป็นก้อนกลมและรมควัน ส่วนขาก็นำมาทำเมนูได้หลากหลาย ทั้งไทยทั้งเทศ อร่อยได้ทั้งแบบอบ ทอด ตุ๋น และต้ม
  • หมูสามชั้น (belly): หากเป็นหมูแล้วไม่มีส่วนนี้บอกได้เลยว่าต้องเป็นสัตว์ชนิดอื่นปลอมตัวมาอย่างแน่นอน หมูสามชั้นนับเป็นความดีงามที่หมูมี หากมองในแง่โลกของอาหาร ส่วนหมูสามชั้นนำไปทำอาหารได้ทั้งแบบยุโรปและเอเชีย ความฉ่ำของชั้นไขมันที่นำไปทำเบคอน หมูปิ้งนมสด ปรุงแบบย่าง ผัด หรือการอบก็เด็ดดวง หลายคนพูดได้ตรงกันเลยว่าพอหมูสามชั้นส่งกลิ่นไหม้ๆ หอมๆ แล้วละก็ ยากเกินห้ามใจจริงๆ
  • *Did you know (เธอรู้รึเปล่า)
    ประวัติศาสตร์สำคัญหนึ่งของการเพาะเลี้ยงหมูในประเทศไทยเกิดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีผู้นําเอาหมูจากประเทศอังกฤษเข้ามา 2 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ลาร์จแบล็ค (Large Black) และพันธุ์เอสเสก (Essex) ในปี ค.ศ.1918 ที่โรงเรียนเกษตรกรรมนครปฐม แต่ในท้ายที่สุดหมูสองตัวนั้นก็สูญพันธุ์ไป

 

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT

ที่มา: foodstylistchannel.com

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *