ก่อนตัดสิ้นใจที่จะเสริมจมูก แบบไม่ให้เสียใจทีหลังทำยังไง และเพราะอะไรทำไม หลังเสริมจมูก ห้ามทำสิ่งพวกนี้!!

ก่อนที่เราจะทำการศัลยกรรมจมูกนั้น ย่อมต้องศึกษาทั้งข้อดีข้อเสียก่อน ขั้นตอน วิธีการทำต่างๆ มาเป็นอย่างดีและครบถ้วนเสียก่อน แต่การจะเลือกทำที่ไหน กับใคร มีหลักการเลือกแพทย์ และคลินิก ยังไงดี วันนี้เราจะไปหาคำตอบพร้อมๆ กันไปกันดูกันเลยจ้า

ก่อนที่คุณหนุ่มๆ และ สาวๆ จะตัดสินใจเลือกทำศัลยกรรมอะไรสักอย่าง  เช่นการเสริมจมูก เพื่อให้เราดูดีขึ้น มั่นใจขึ้น ย่อมผ่านการคิดแล้วคิดอีกคิดแบบถี่ถ้วนแล้ว หลายคนใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลเป็นปีๆหรืออาจจะ2ปีก็มี กว่าจะตัดสินใจทำศัลยกรรมเพื่อแลกกับความสวย ความหล่อและความมั่นใจที่จะตามมาในภายหลัง การเสริมจมูกก็เช่นกัน แม้จะมีคลินิกอยู่มากมายหลายแห่งที่ให้บริการเสริมจมูกและมีเทคนิควิธีการในการทำที่หลากหลาย แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่ทำให้หนุ่มๆ สาวๆ ปวดหัวกันไปไม่น้อยเลยว่าจะเลือกเสริมจมูกกับแพทย์ท่านไหนดี วันนี้เรามีหลักการเบื้องต้นมาให้ทุกท่าน ได้ใช้เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจกันค่ะ

1.ก่อนอื่นที่จะทำการศัลยกรรมคงหนี้ไปพ้นข้อนี้แน่นอนคือ เลือกคุณหมอศัลยแพทย์ ก่อนที่จะเราจะเอาหน้าตาเราไปฝากไว้กับคุณหมอท่านนั้น หนุ่มๆ สาวๆ ท่านก็ควรต้องมั่นใจแล้วว่าสไตล์การทำของคุณหมอท่านนั้น เป็นในแนวเดียวกับที่เราอยากทำ อย่างได้ ไม่ต้องเหมือนเป๊ะๆ แค่เป็นสไตล์ในแบบที่เราต้องการก็พอ อันนี้เราหาข้อมูลได้อย่างง่ายเลยแหล่ะค่ะคุณพี่ จาก รีวิวต่างๆ หรือเพื่อนๆ ของเราคนไหนไปทำแล้วเราถูกใจ ก็ถามได้เลยว่าผ่านมือหมอท่านไหนมาจ๊ะ เพราะนั่นจะเป็นแหล่งข้อมูลชั้นเยี่ยมให้เราได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะยิ่งคุณหมอที่มีประสบการณ์ในการทำมามาก ย่อมมีความชำนาญ แล้วการเสริมจมูกของเราก็มีความเสี่ยงที่จะผิดพลาดน้อยลงไปตามกัน

 

2.ส่วนข้อนี้คือพื้นฐานที่ทุกท่านควรจะทำเป็นอย่างมากคือ ความน่าเชื่อถือของคลินิกต่างๆ อันนี้สำคัญจริงๆค่ะ เพราะการเสริมจมูกหรือการทำศัลยกรรมทุกประเภทนั้น ควรต้องได้รับการดูแลจากคุณหมอหลังจากรับบริการอย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำอยู่สม่ำเสมอ หากคลินิกไหนมีการรับประกันที่นานกว่าที่อื่น ก็จะทำให้เรามั่นใจได้เลยว่าหากเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดใดๆ หลังจากการทำไปแล้ว เราจะมีคนดูแลแน่นอนไม่ต้องค่อยเป็นกังวน นี่ก็ทำให้เราอุ่นใจได้นะค่ะ

 

3.ส่วนข้อที่สามนั้นต้องศึกษามาพอสมควรเพื่อประโยชน์ของท่านเองคือ  มาตรฐานของวัสดุที่ใช้เสริมจมูก ในบ้านเรานิยมใช้ซิลิโคนในการเสริมจมูกมากที่สุด มีอยู่ 2 แบบ คือซิลิโคนสำเร็จรูปและซิลิโคนแท่ง และมีให้เลือกจากหลายแหล่งผลิต รวมทั้งยังมีวัสดุอื่นๆ อีกมากมาย ที่ใช้แทนได้ด้วย ซึ่งตรงนี้เราคงต้องฟังคำแนะนำจากคุณหมอด้วยว่าใช้แบบไหน เหมาะสมกับเรามากที่สุด

 

4.ส่วนของค่าบริการต่างๆ เรื่องราคาเป็นอีกเหตุผล ที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันมีผลจริงๆ นะจ๊ะ  เราจะเลือกราคาไหน อาจต้องขึ้นอยู่หลายปัจจัยทั้งวิธีการที่เราทำ ความพร้อมที่เราจะจ่ายได้  แต่อยากจะฝากไว้นิดนึงค่ะว่า เราควรเลือกราคาที่เหมาะสม ไม่ใช่ราคาถูกหรือแพง เพราะของถูกไม่ดี ของฟรีไม่มีในโลก ก็ยังเป็นคำกล่าวที่มีมานานนะจ๊ะ

ต่อมาเรามาดูกันดีกว่าว่าหลังจากการเสริมจมูกมาแล้วควรทำอะไรต่อไปเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียตามมา

การเสริมจมูก แม้ว่าจะเป็นการทำศัลยกรรมในจุดเล็กๆ แต่ก็ต้องให้ความใส่ใจไม่แพ้กับการศัลยกรรมแบบอื่นเลยทีเดียว เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหรือจมูกเบี้ยวผิดรูปไปจากเดิมได้ ดังนั้นจึงต้องดูแลตนเองหลังทำศัลยกรรมจมูกอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงในสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งโดยโดขาด ซึ่งวันนี้เราก็ได้รวบรวมคำแนะนำดีๆ ควรเลี่ยง ถ้าไม่อยากให้เกิดผลข้างเคียงมาแนะนำกันดังนี้ค่ะ

1.อย่าให้แผลโดนน้ำ 7 วันหลังจากศัลยกรรมเสร็จ เพราะอาจจะทำให้แผลเกิดความอับชื้นและอักเสบขึ้นมาได้ ดังนั้นช่วงนี้จึงควรงดการล้างหน้าไปก่อน แต่อาจใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดใบหน้าแทนได้ และพยายามอย่าสัมผัสจมูกหรือรอยแผลที่ผ่าตัดเด็ดขาดหากไม่จำเป็น เพื่อป้องกันการอักเสบที่อาจจะเกิดขึ้นนั่นเองเพื่อความสวยเราทำได้อยู่แล้ว

 

2.งดแต่งหน้าชั่วคราว จนกว่าจะเริ่มหายดี เพราะเครื่องสำอางที่ใช้ในการแต่งหน้า อาจมีสารเคมีที่ก่อให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อได้ ดังนั้นควรอดใจไว้สักนิดนึง รอให้แผลผ่าตัดจมูกหายดี และจมูกที่เสริมมาเข้ารูปดีแล้ว จึงค่อยกลับมาแต่งหน้าเหมือนเดิมจะดีกว่า

 

3.ไม่ควรนอนตะแคง โดยเฉพาะช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพราะจะเสี่ยงต่อการบิดเอียงของซิลิโคนหรือวัสดุที่ใช้เสริมจมูกและอาจเกิดอาการบวมได้อีกด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นท่านอนที่เหมาะสมก็คือท่านอนหงาย โดยยกหัวขึ้นสูง เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก

ไม่อยากให้เกิดการอักเสบหรือปัญหาอื่นๆตามมาหลังจาก เสริมจมูก ควรหลีกเลี่ยง 3 สิ่งเหล่านี้อย่างเด็ดขาดพร้อมทั้งทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดด้วย ซึ่งทั้งนี้ก็อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือนเลยทีเดียว จึงจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้คล่องดังเดิมและสวยขึ้นอีกเป็นกองด้วยน่ะค่ะ

 

About the Author