5 โรคภัย ในหน้าหนาวสำหรับผู้สูงอายุ และการดูแลเรื่องยาให้กับผู้สูงอายุ

ในหน้าหนาว หรือวันที่มีอากาศหนาวเย็น รวมถึงการนอน หรืออาศัยอยู่ในที่ที่มีความชื้นและอากาศเย็นมากๆ ก็สามารถทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ขึ้นได้ ซึ่งโรคที่อาจจะเกิดกับผู้สูงอายุอันเกิดมาจากอากาศหนาวเย็นนั้นมีดังนี้ไปดูกันเลย!!

1. โรคไข้หวัด

โดยส่วนมากนั้น โรคไข้หวัดจะสามารถหายไปได้ใน 1 สัปดาห์ โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน การดูแลรักษาตอนที่ไม่สบายได้แก่ การพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการออกกำลังหรือทำกิจกรรมบางอย่างที่ไม่จำเป็น ดื่มน้ำมากๆ โดยเฉพาะน้ำผลไม้ รับประทานยาลดไข้พาราเซตามอล ยาลดน้ำมูกและยาแก้ไอ อย่างไรก็ตาม การรับประทานยาเหล่านี้ไม่ได้ลดจำนวนวันของอาการไม่สบายลง

2. โรคไข้หวัดใหญ่

อาการของไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ซึ่งมักมีอาการมากในช่วง 3-4 วันแรก หลังจากนั้นอาจมี เจ็บคอ ไอแห้งๆ คัดจมูกน้ำมูกไหล โดยทั่วไปมีอาการอยู่ประมาณ 7-10 วัน ผู้สูงอายุอาจมีอาการไม่ชัดเจน บางครั้งอาจมีไข้ อ่อนเพลีย ซึมสับสนหรือการช่วยเหลือตนเองได้ลดลง จึงควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ด้วย

3. โรคภูมิแพ้

สิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ทำให้คนที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่เดิมมีโอกาสได้รับการกระตุ้นจากสิ่งที่แพ้มากขึ้น โดยอาจมีอาการคันจมูก คันตา จามมีน้ำมูกใสๆ คัดจมูกอยู่ตลอดได้ ผู้ป่วยบางรายมีผื่นนูนคันเวลาอากาศเย็น โดยมักมีอาการในช่วงที่มีอากาศเปลี่ยน อาจมีตุ่มนูนคันขึ้นในบริเวณที่ถูกอากาศเย็นได้ ในช่วงนี้ควรดูแลสุขภาพให้ดี หลีกเลี่ยงอากาศที่หนาวจัด สวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่อบอุ่น บางรายถ้ามีอาการมากอาจต้องรับประทานยาแก้แพ้อากาศเพื่อลดอาการลง

4. ผิวหนังแห้ง ลอก และคัน

ในช่วงอากาศหนาว ความชื้นในอากาศมักลดลง ความชื้นที่ผิวหนังของเราก็จะลดลงไปด้วย อาจทำให้ผิวแห้ง คันและลอกได้ ซึ่งมักก่อให้เกิดปัญหากับคนที่ผิวแห้งหรือผู้สูงอายุที่มีต่อมไขมันทำงานลดลง และความชื้นของชั้นผิวหนังน้อยอยู่แล้ว การป้องกันและแก้ไข คือ การใช้สบู่อ่อนๆ ไม่ขัดผิวมาก ไม่ควรแช่น้ำอุ่นนานๆ อาจอาบน้ำลดลงเป็นวันละครั้ง และทาครีมหรือ น้ำมันทาผิวหลังอาบน้ำขณะที่ผิวยังหมาดๆ อยู่

5. อุณหภูมิในร่างกายต่ำเกินไป

ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่อาจเกิดปัญหาอุณหภูมิในร่างกายต่ำเกินไปขึ้นได้ง่ายโดยเฉพาะในบางราย ที่ช่วยเหลือตนเองได้น้อย ในบางพื้นที่ของประเทศที่มีอากาศหนาวมากๆ โดยเฉพาะถ้าต่ำกว่า 15-18 องศาเซลเซียส อาจทำให้เกิดภาวะนี้ได้ การดูแลป้องกันคือ การพยายามรักษาความอบอุ่นของร่างกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารครบถ้วน และพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่อากาศหนาวจัด

อย่าลืมดูแลผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิดด้วยนะคะ เพราะบางครั้งผู้สูงอายุอาจไม่รู้ตัว หรือไม่ได้บอกว่าตนกำลังมีอาการอะไรอยู่ ซึ่งอาจทำให้รักษาได้ไม่ทันท่วงที และเป็นปัญหาเรื้อรังต่อไปได้  เรามาดูวิธีดูแลเรื่องยาให้กับผู้สูงอายุกันต่อเลย

ผู้สูงอายุส่วนมาก มักมีโรคประจำตัว และต้องทานยาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน ดังนั้น การทานยาที่ถูกต้องและเหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ซึ่งหลักการให้ยากับผู้สูงอายุ ควรให้ถูกต้องกับคน ถูกชนิดยา ถูกขนาดที่ควรทาน ถูกทาง และถูกเวลาด้วย

แนวทางในการปฏิบัติในการให้ยาในผู้สูงอายุ
1. ผู้ดูแลควรศึกษาถึง รูปร่าง ลักษณะและสรรพคุณของยาแต่ละชนิดที่รับประทานอยู่ และแนะนำผู้สูงอายุด้วย
2. เขียนขนาดและวิธีรับประทานตัวโตๆ ติดบนฉลากยา
3. อาจใส่กล่องแยกชั้นยา เช่น เช้า – กลางวัน – เย็น – ก่อนนอน (ก่อนหรือหลังอาหาร)
4. สถานที่เก็บยา ควรให้ปลอดภัยและเก็บไว้ห่างจากมือเด็ก
5. ถ้าเป็นไปได้ผู้ดูแลผู้สูงอายุควรหยิบยาให้รับประทานเองกับมือ วิธีนี้จะปลอดภัยที่สุด
6. ผู้ดูแลควรหมั่นพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์เป็นประจำตามกำหนดนัด หรือไปก่อนกำหนดนัดเมื่อมีอาการผิดปกติ

ข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ยาเมื่อไปพบแพทย์และรับยาจากเภสัชกร
ผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุ เมื่อไปพบแพทย์ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับเรื่องยาที่ใช้อยู่ อาการผิดปกติที่เกิดขึ้น ปัญหาเกี่ยวกับการกลืนยา (ถ้ามี) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลต้องรู้ว่ายานั้นใช้อย่างไร และปฏิบัติตามวิธีที่แนะนำอย่างเคร่งครัด

คำถามที่ผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุควรถามเมื่อรับยาจากเภสัชกรไม่ว่าจะเป็นที่โรงพยาบาล คลินิก หรือร้านยา ได้แก่
– ยานี้แก้อะไร
– ยานี้กินอย่างไร
– ถ้าลืมกินยาจะทำอย่างไร
– เกิดอาการข้างเคียงอะไรไหม
– จะต้องใช้ยาไปนานเท่าไร
– จะเก็บยานี้ไว้ที่ไหน
– กินยาตอนท้องว่างหรือหลังอาหารจึงจะดี

หากทานยาอย่างถูกต้องเหมาะสม อาการของโรคที่เป็นก็จะดีขึ้นได้ แต่หากทานผิด หรือละเลยบ่อยครั้ง นอกจากอาการยังไม่ดีขึ้นแล้ว ก็อาจทรุด หรือเกิดอันตรายได้ในกรณีที่ทานยาผิด นอกจากตัวผู้สูงอายุแล้ว ลูกหลานจึงควรให้ความสนใจ และช่วยเหลือในการทานยาใช้ยาของผู้สูงอายุด้วย

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุได้ที่.. http://teletech-systems.com/2017/12/75/

About the Author